ไตรมาส 2 บริษัทจดทะเบียน กำไร 3.46 แสนล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ในงบประจำไตรมาส 2/65 บริษัทจดทะเบียนทำกำไรเติบโต 3.46 แสนล้านบาท ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่เงินลงทุนต่างชาติยังไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง มากสุดเป็นประวัติการณ์
บริษัทจดทะเบียนรายงานงบประจำไตรมาส 2 ปี 2565 ไปแล้วทั้งสิ้น 625 บริษัท คิดเป็นสัดส่วน 99% ของ Market Cap. รวมทั้งตลาด โดยมีกำไรสุทธิ 3.46 แสนล้านบาท เติบโต 22.4% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 26.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งช่วนหนุนให้กำไรงวดไตรมาส 2 ปี 2565 เพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อเทียบกับกำไรสูงสุดเดิมใน งวดไตรมาสที่ 1 ปี 2561 ที่ 2.95 แสนล้านบาท
ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส (ASPS) ระบุว่า แม้นักลงทุนจะกังวลภาวะเงินเฟ้อจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการงวด ไตรมาส 2/65 แต่หากวิเคราะห์ให้ลึกลงไปเป็นรายกลุ่ม (Sector) พบว่า มีกลุ่มหุ้นที่เติบโตทั้งจากไตรมาสก่อน และจากช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ ENERG, TRANS, ETRON, PF&REIT, MEDIA, FOOD, PKG, BANK, PROP, FASHION เป็นต้น
โดยกำไรจากหุ้นในกลุ่มพลังงานปิโตรเคมี (กลุ่ม Energy + Petro) เท่ากับ 1.67 แสนล้าน บาท เติบโตโดดเด่น 65% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 43% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากราคาน้ำมันที่ยืนในระดับสูงหนุน Stock Gain (น้ำมันที่กลั่นแพงกว่าน้ำมันดิบที่ซื้อมา) เพิ่มขึ้นโดดเด่น
“บีทีเอส กรุ๊ป” กำไรลดลง 61% เหลือ 536 ล้าน งานก่อสร้างรถไฟฟ้าลดลง
FSMART ลงทุนเพิ่ม “ตู้เต่าบิน” ไตรมาส 2 ยอดขายทะลุ 346 ล้านบาท
ขณะที่หุ้นกลุ่มอื่น ๆ ที่เหลือ กำไรเท่ากับ 1.79 แสนล้านบาท ซึ่งยังเติบโตเด่นเช่นกัน โดยเพิ่มขึ้น 4%จ ากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 7% ไตรมาสก่อน แม้เผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ แต่การกลับมาเปิดประเทศนั้น ช่วยหนุนกำไรให้กลับมาเติบโตเด่นเช่นกัน
ดังนั้นกำไรที่เติบโตต่อเนื่อง หนุนให้กำไร ไตรมาส 2/65 สูงถึง 6.29 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน กว่า 60% ของประมาณการเดิม ที่ฝ่ายวิจัย ASPS ประเมินไว้ที่ 1.04 ล้านล้านบาท (EPS65F 88.9 บาท/หุ้น)
อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัย ASPS อยู่ในช่วงทบทวนประมาณการกำไรทั้งปีเพิ่มขึ้น พร้อมกับหนุนดัชนีเป้าหมายปรับขึ้นเช่นเดียวกัน ถือเป็นแนวโน้มที่ดีต่อตลาดหุ้น หลังจากกังวลกับประเด็นกำไรจะถูกกดดันลดลงมาระยะหนึ่ง
เงินลงทุนต่างชาติยังไหลเข้าหุ้นไทย มากสุดเป็นประวัติการณ์
แม้ตลาดจะเผชิญกับความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์จีนไต้หวัน ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ส.ค.65 รวมความเสี่ยงภาวะถดถอยของประเทศฝั่งพัฒนาแล้วทั้งสหรัฐฯ ยุโรป อย่างไรก็ตามประเทศฝั่งกำลังพัฒนาเริ่มเห็นการฟื้นตัวเศรษฐกิจ หรือ GDP Growth ยังเป็นบวกอยู่ จึงทำให้เป็นเป้าหมายของต่างชาติในการลงทุน
ตั้งแต่ต้นเดือนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นในภูมิภาคราว 1,566 ล้านเหรียญ เริ่มจากเกาหลีใต้ถูกซื้อสุทธิ 1,534 ล้านเหรียญ อินโดนีเซีย 176 ล้านเหรียญ (mtd) และ ไทย 826 ล้านเหรียญ (mtd) หรือ 2.9 หมื่นล้านบาท (mtd) หนุนในปีนี้ต่างชาติซื้อหุ้นไทยไปแล้ว 1.46 แสนล้านบาท (ytd) มากสุดเป็นประวัติการณ์
โดยสถิติในอดีตบ่งชี้ว่า ปีไหนที่ต่างชาติซื้อหุ้นไทยปริมาณมาก จะทำให้ SET Index มีโอกาสปรับตัวขึ้น และฝ่ายวิจัยฯ จึงค้นหารายชื้อหุ้นที่ต่างชาติซื้อสะสมส่วน ใหญ่จะเป็นหุ้นที่อิงกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศเป็นหลัก โดยหุ้นเด่นที่ฝ่าย วิจัยฯ ชื่นชอบ และยังมีแนวโน้มกำไรฟื้นต่อเนื่องได้ในช่วงที่เหลือของปี คือ BEM, BH, CENTEL, CRC, KTB, M เป็นต้น
ทองวันนี้ราคาลดลง 50 บาท ดอลลาร์แข็ง Bond Yield พุ่ง
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ "แข็งค่า” จากเงินไหลเข้าตลาดหุ้น
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB